ทำไมบริษัทดีๆ ถึงไม่เลือกเราเข้าทำงาน?? (ตอนที่ 2)

สนทนาภาษาอังกฤษยาก....จริงมั้ย

ทำไมบริษัทดีๆ ถึงไม่เลือกเรา?? (ตอนที่ 2)

rejected.ashx

คลินที่นี่เพื่ออ่านตอนที่ 1

5. สมัครงานแต่ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วอยากทำอะไร  ง่ายๆก็คือเราสมัครไปงั้นๆ ขอให้ได้งานก็พอ เหมือนลูกศรที่ไม่มีจุดหมายปลายทาง  ยิงโดนอะไรก็โดน–ประมาณนั้น  แล้วบริษัทดีๆ ที่ไหนเค้าจะอยากรับ  เค้าจะเสียเวลา เสียเงินจ้างเรา ฝึกเรา เพื่อที่เราจะเปลี่ยนใจไปทำงานอื่นนะเหรอ..ไม่มีทาง

6.  ไม่มีตัวตนใน social media:  facebook, tweeter, linked, tumblr ในยุคสมัยนี้ ไม่ได้มีเพียงวัยรุ่นที่ใช้เว็บพวกนี้  บริษัทก็ใช้เพื่อการตลาดและการหาหรือส่งข้อมูลให้ลูกค้า  ถ้าเราไม่รู้จัก ไม่เคยสมัคร ไม่เคยเล่นเว็บพวกนั้นเลย เค้าจะดูว่าเราไม่ทันสมัย เต่าล้าหลัง  อีกอย่าง..ถึงแม้ว่าเราเล่นเฟสบุ้คเป็นชีวิตจิตใจ..เราต้องระวังคำพูด และรูปภาพที่ลงเฟสบุ้ค  โดยส่วนมาก  เค้าจะดูเฟสเราว่าเราเป็นคนอย่างไร คนแบบไหน ก่อนที่จะจ้างเรา  อะไรที่เราลงในอินเตอร์เน็ทถือว่าเป็นข้อมูลสาธารณะ…ระวังให้ดีๆ

7.  ไม่ได้เช็คความเรียบร้อยของเรซูเม่ สะกดก็ผิด  แกรมม่าก็แปลกๆ เรซูเม่ถือว่าเป็นหน้าตาของเรา และเป็นใบเปิดทางให้งานและโอกาสต่างๆ  ถ้ากระดาษนี้สำคัญขนาดนี้ แต่เราก็เขียนชุ่ยๆส่งไป  บริษัทดีๆที่ไหนจะวางใจเราส่งเอกสารติดต่อลูกค้าในนามบริษัทของเขา  ให้เพื่อน รุ่นพี่ช่วยอ่านทวนเรซูเม่เรา เพื่อกันความผิดพลาดไว้ดีกว่า หรือส่งให้ครูเมตรวจดูอีกรอบ  ส่งมาที่อีเมล์ได้เลยจ้า [email protected]

8. ไม่เคยสมัคร linked profile ลิงค์โปรไฟล เป็นเว็บเน็ทวอลค์ระหว่างคนทำงาน  บริษัทเค้าจะถือว่าเราจริงจังกับงานของเราถ้าเรามีตัวตนในเว็บนี้  เว็บนี้สมัครได้ง่าย  เราใช้เวลาในเฟสเป็นประจำอยู่แล้ว  สละเวลาอันมีค่าที่เล่น candy crush ซักหน่อย เพื่อติดต่อ และคุยกับคนอื่นใน linked ไม่แน่นะ…เราอาจจะได้โอกาสดีๆ จากเพื่อนๆใหม่ในนั้น

9. ไม่เคยฝึกงานที่ไหนเลย  ความรู้และหนังสือที่เรียนในมหาลัยนั้น ส่วนมากจะเป็นความรู้พื้นฐาน และความรู้โบราณ…เมื่อเราเข้าทำงาน บริษัทจะต้องฝึกเราใหม่หมดเลย นั่นหมายความว่าบริษัทจะต้องเสียเวลา เสียเงินฝึกเราเข้าทำงาน  บริษัทใหญ่ๆมักจะมีผู้สมัครเยอะ..เค้าเลยจะเลือกคนที่มีประสบการณ์เท่านั้น ไม่ว่าใครก็ไม่อยากเสียเงิน และเสียเวลาฝึกเด็กใหม่…ถ้าไม่จำเป็น   เราจึงต้องหาโอกาสฝึกงานในสายที่เราเลือก..อย่างน้อยมันก็ดีกับเราเองที่เราได้รู้ว่าการทำงานจริงๆ นั้นต่างกับการเรียนเรื่องทำงานอย่างสิ้นเชิง

10.  เก่งเรียน…อย่างเดียว  อืม..ได้เกรดจบดีมาก…แต่ในเรซูเม่..ไม่มีกิจกรรมเลย..เรียนอย่างเดียว..ก็คงเก่งแค่นี้แหละ..แค่ในโรงเรียน   บริษัทใหญ่มักจะอยากได้บุคลากรที่มีความสามารถหลายอย่าง ถ้าเราก้มหน้าก้มตาเรียน แต่ไม่เคยร่วมกิจกรรมต่างๆ  เราจะเป็นคนที่มีมิติเดียว และจะไม่มีความรู้ในการเข้าสังคมทำงาน  กิจกรรมโรงเรียนจะสอนให้เราเป็นผู้นำ  ทำงานเป็นกลุ่ม  ตัดสินใจ  แบ่งเวลา และอื่นๆ อีกมากมาย..ซึ่งทักษะนี้สอนไม่ได้ในห้องเรียน

รู้ทั้ง สิบ ข้อแล้ว…จงนำไปปฏิบัตินะ

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *