Category Archives: ศัพท์

ผลเสียของการหยุด อ่านหนังสือ

ผลเสียของการหยุด อ่านหนังสือ… ตอนเรียน..เรา ก็ อ่านหนังสือ เรียน… พี่เมเข้าใจว่า มันน่าเบื่อมาก เพราะเราต้องอ่านในสิ่งที่เราไม่มีความสนใจในสิ่งนั้น  แต่เราต้องใช้สอบ เพราะฉะนั้น…ถ้าไม่อ่าน-ก็สอบตก พอมีเวลาว่าง..บางคนก็เอาเวลาไปอ่านนิยาย เพื่อเบาสมอง พอเราเรียนจบ..เจอหนังสือก็ไม่อยากแตะแล้ว…คิดแต่ว่าเราอ่านหนังสือมาตลอดสิบกว่าปี.. เราจะอ่านอีกทำไม เมื่อใดที่เราหยุด อ่านหนังสือ เมื่อนั้นความรู้เราจะอยู่กับที่–ดีไม่ดีจะหดน้อยลง เราต้องพัฒนาตัวเอง..ต้องโต  สิ่งมีชีวต..ถ้าไม่โต..มัักจะตายทั้งเป็น พี่เมไม่ได้กล่าวถึงหนังสือเรียนนะ…พี่เมพูดถึงหนังสือจำพวก self-help ที่มุ่งในการพัฒนาความคิดตัวเอง และการทำตัวของตัวเองเพื่อเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม  ถ้าใครอ่านหนังสือเพื่อเพิ่มความรู้ในงานของตัวเองอีกด้วย…คนนั้นจะไปไกล กว่าใคร ดูตัวอย่างจากคนที่ประสบความสำเร็จรอบตัว…แต่ละคนมีนิสัยรักการอ่านทั้งสิ้น อย่า เอาเวลาไป อ่านหนังสือ นิยายเลย… ในความคิดเห็นของพี่เม  การอ่านนิยายก็เหมือนดูละคร  สร้างความเพ้อฝัน  พอเราอ่าน/ดู เรื่องนั้นจบ  เคยคิดมั้ยว่าเราได้อะไรดีๆ จากมันบ้าง  เราสามารถเป็นคนดีขึ้นมามั้ยหลังจากเราอ่านนิยายนั้นจบ  เวลาที่เสียไป..เราน่าจะเอาเวลานั้นไปทำอะไรเพื่อตัวเราเองได้บ้าง… ความฉลาดของคน…วัดกันด้วยจำนวนหนังสือคุณภาพดีๆ ที่อ่าน ไม่ว่าเราจะอายุเท่าไร ทุกๆคนยังกำลังโตทางด้านความคิด  มีตั้งหลายพันเรื่องที่เราไม่มีความรู้ ยิ่งอ่านยิ่งรู้  ยิ่งรู้ยิ่งก้าวหน้า มาเริ่มอ่านหนังสือกันเถอะ.. เรียนภาษาอังกฤษกับพี่เมที่ FMCP English ชลบุรี

ฝึกเรียนภาษาอังกฤษจากข้อคิดเตือนใจ

คำศัพท์ plan:  วางแผน breath: หายใจ trust: เชื่อ let go: ปล่อยวาง what happens: เกิดอะไรขึ้น บาง คน อย่างเช่น ครูเม ชอบวางแผนนั่น โน่น นี่ ว่าถ้าเป็นอย่างนี้ต้องใช้แผน A ถ้าเป็นอย่างนี้ ต้องเป็นแผน B  จบบางครั้งก็ลืมไปว่าชีวิตของเราเองยังกำหนดไม่ได้อะไร นับประสาอะไรจึงจะมากำหนดสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ข้อคิดเตือนใจนี้ แปลว่า… เธอไม่จำเป็นต้องวางแผนทุกอย่าง บางครั้งก็เธอควรหยุด…หายใจลึกๆ  มีความเชื่อมั่น ปล่อยวาง แล้วดูซิ…ว่าจะเกิดอะไรขึ้น…. ท้าย ที่สุด…ทุกอย่างก็จะลงตัวเอง  ถ้ามันไม่ลงตัวอย่างที่คิดไว้..มันจะเป็นการลงตัวในแบบที่ดีที่สุดสำหรับ เรา  เราอาจจะไม่เข้าใจมันตอนนี้..แต่ต่อไปเราจะเข้าใจมันเอง…พร้อมที่จะปรับปรุงภาษาอังกฤษ  คลิกที่นี่

แกรมม่าที่ผิดกันบ่อย #1 Present Perfect vs. Past Simple

#1  Present Perfect vs. Past Simple ไม่ต้องห่วงเรื่องรูปแบบ…มาดูตัวอย่างการใช้ Present Perfect… การ์ตูนแปลว่า  “เขารอเธอมา 60 ปีแล้ว” ดู”เขา”ซิ….รอจอกลายเป็นโครงกระดูกไปแล้ว….แต่…เขายังรออยู่ใช่มั้ย??? นั่นแหละ…การใช้เทนส์นี้   ใช้เมื่อสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตและยังดำเนินอยู่ถึงปัจจุบัน แต่ Past Simple นั้น— เป็นสิ่งที่เกิดมา ตั้งอยู่ และดับไป…ในอดีต…จบ เพราะฉะนั้น…ดูความแตกต่างของสองประโยคนี้ I have visited Bangkok last weekend. I visited Bangkok last weekend. ชั้นไปกรุงเทพอาทิตย์ที่แล้ว แสดงว่าคนนี้ยังอยู่ที่กรุงเทพ ณ วันนี้ใช่มั้ย… ไม่ใช่เลย…คนนั้นไปแล้ว…กลับมาแล้ว   เราจึงต้องใช้ Present Simple ในครั้งนี้จ้า เรียนแกรมม่ากับพี่เม