หลักการเลือกใช้ระหว่าง gerund กับ infinitive ของ FORGET, REMEMBER, REGRET, GO ON, STOP, TRY

    สับสนกันมากมาย… บางคนนั่งท่องว่าคำนี้ควรเป็น gerund (ตามด้วย Ving) ส่วนคำกลุ่มนี้ต้องตามด้วย infinitives (ตามด้วย to + V1) แต่พอมาเจอโจทย์ที่ใช้ FORGET, REMEMBER, REGRET, GO ON, STOP, TRY แต่คำตอบไม่ตรงกับที่ท่องไว้..ก็สลบกันเป็นแถว…. นี่คือหนึ่งในการเรียนผิดๆ ที่เราเรียนกันมานาน— เราคิดว่าภาษามันสามารถจับเป็นหมวดหมู่ แล้วก็ท่องๆๆ แต่ในหลักความจริง ภาษามันดิ้นได้ หมายความว่า ภาษามันมีชีวิต มันเปลี่ยนแปลงตลอด กฎที่เราเอามันไปใส่ก็ใช่ว่าจะเป็นจริงในทุกสถานการณ์ ดังนั้นเมแนะนำให้นักเรียนดูหลักการใช้ของมัน ไม่ใช่ท่องกฏ หลักการเลือกใช้ระหว่าง gerund กับ infinitive ของ FORGET, REMEMBER, REGRET, GO ON, STOP, TRY ประการแรก : *FORGET, REMEMBER, REGRET, GO ON, STOP, TRY…

Continue Reading →

เงินเดือนเพิ่มขึ้นเพราะคะแนนโทอิค! ได้เท่าไหร่?

  ผมดรณ์ ลดาวัลย์บุตร เรียน TOEIC COURSE กับที่ FMCP English  เป็นนักเรียนของครูฝ้ายครับ ผมได้ไปสอบ TOEIC มาแล้วในวันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2557 และได้รับคะแนนสอบถึง 825 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนที่ผมพอใจมากครับ ผมขอขอบพระคุณครูฝ้าย ครู Mae   เป็นอย่างยิ่งครับ  ผมไม่เคยสอบ TOEIC มาก่อนเลย เพียงแค่ได้มาเรียนกับที่ FMCP English  ได้ความรู้มากขึ้นเยอะเลย เช่น การสร้างคลังคำศัพท์ , การฟัง Listening จาก Link ที่ส่งไปให้ , การทำการบ้านพิเศษ ,บทเรียน Grammar และอื่นๆครับ และโดยหนังสือที่มีแค่ 3 เล่มแต่ก็เหมาะสมกับเนื้อหาที่ใช้ในการเรียนเพื่อสอบ TOEIC มากๆเลยครับ ผมทำงานแล้วไม่ค่อยมีเวลาอ่านหนังสือเท่าไรแต่ก็ยังสามารถพิชิตเป้าหมายของตนเองได้  ก่อนมาเรียนที่   FMCP English  ก็พยายามหาหนังสืออ่านแล้วก็ไม่เท่ากับเทคนิคที่ FMCP…

Continue Reading →

ความแตกต่างระหว่าง Present Perfect Simple vs. Present Perfect Continuous

งงดีมั้ย? เมื่อไหร่ใช้ Present Perfect Simple… เมื่อไหร่ใช้ Present Perfect Continuous… ก่อนเข้าเรื่อง..เรามาทวนกันก่อนว่าเทนส์ที่เมกล่าวถึงมีหน้าตาเป็นยังไง Present Perfect Simple เช่น I have written three books. (S + has/have + V3)  ฉันได้เขียนหนังสือมา 3 เล่ม–ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน Present Perfect Continuous เช่น I have been writing three books for the past 3 months.  (S+ has/have +been +Ving) ฉันได้เขียนหนังสือมา 3 เล่มตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา.. เริ่มเห็นความแตกต่างแล้วละซิ! เวลาเรามาโฟกัสที่หลักการใช้ แทนที่จะมาท่องกฎ จะทำให้เราสามารถเอาหลักแกรมม่าดังกล่าวไปใช้งานได้ง่ายขึ้น แล้วผลก็คือจะทำให้เราจำมันได้นานขึ้น…

Continue Reading →

รู้มั้ย? สรรพนามที่ใช้เรียกบริษัท หรือแบรนด์ คืออะไร (ออกบ่อยใน Part 5-6 ของ TOEIC)

มาดูซิ…ประโยคนี้ผิดตรงไหน? To keep up with their changing audience, Korean Airlines rebranded in 2014. เจอมั้ย? เฉลย : ผิดที่สรรพนาม  their ถึงแม้ว่าชื่อของบริษัท Korean Airlines จะมี s แต่นั่นเป็นเพราะชื่อของเขา–ไม่ใช่เพราะมีหลายบริษัท บริษัท หรือแบรนด์ ก็เป็นสิ่งเดียว—จะเป็นพหูพจน์ ได้อย่างไร? บริษัท หรือแบรนด์ ก็เป็นสิ่งเดียว—จะใช้สรรพนาม it/its ได้เท่านั้น! To keep up with its changing audience, Korean Airlines rebranded in 2014. (ในที่นี่เป็น its เพราะแสดงความเป็นเจ้าของ) ในส่วนนี้ part 5-6 ชอบเอามาหลอกนักเรียนบ่อยมาก ถ้าไม่รู้กฎตรงนี้ นักเรียนส่วนใหญ่จะไปดูที่ s ซึ่งจะทำให้ตอบผิดแทบทุกครั้ง!  เมแชร์เทคนิคการทำข้อสอบ…

Continue Reading →

ความแตกต่างในการใช้ของ well และ good

ทั้ง well และ good แปลว่า “ดี”  แต่ใช้ไม่เหมือนกันนะ  เมจะบอกแนวการมองให้! well ถ้าเป็นคำนาม แปลว่า บ่อน้ำ   แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงอีกบทบาทของ well well เป็น ADV หรือตัวขยายคำกริยา มัก–ขยายว่ากริยาดีอย่างไร He plays the piano well.  (เขาเรียนเปียโนได้ดี) Cara sings well. (คาร่าร้องเพลงได้ดี) สังเกตนะ well จะอยู่กลังกริยาหลัก ทำหน้าที่ขยายกริยานั้นๆ แต่…มันคนละเรื่องกับ well, well นะ     พอ well, well ในลักษณะแบบนี้จะมีความหมายสำนวนคล้ายๆว่า  “อย่างงี้นี่เอง” good เป็น ADJ หรือตัวขยายคำนาม He is a good piano player.…

Continue Reading →

ฝึกพูดภาษาอังกฤษให้เก่งจริง…ต้องฝึกแบบ “ไลฟ์สไตล์”

  เคยสงสัยมั้ย? เรียนภาษาอังกฤษมา 10+ ปี–แต่ก็ยังพูดภาษาอังกฤษ แบบงูๆปลาๆ อยู่.. เรียนไปกี่ครอส์..หมดไปกี่หมื่น(บางคนเป็นหลักแสน)–ลงทุนไปต่างประเทศ..กลับมาก็ไม่เก่งซักที! สาเหตุหลักเพราะคุณฝึกภาษาอังกฤษเป็นกระแส…ไม่ใช่ฝึกเป็นไลฟ์สไตล์.. หมายความว่าไง? เมหมายความว่า..พอจะใช้ ค่อยมาฝึก  พอหมดไฟ..ก็ขี้เกียจฝึก วงเวียนไปเรื่อยๆ จะไม่เก่งก็ไม่เก่งอยู่อย่างนี้.. แล้วมานั่งสงสัย นั่งโทษสถาบันต่างๆที่เคยเรียนว่ามันไม่เอาไหน–ไม่สามารถทำให้คุณเก่งภาษาอังกฤษได้… ทั้งๆที่ตัวแปรที่สำคัญคือตัวของคุณเอง.. อยากเก่ง…แต่ไม่อยากฝึกทุกวัน แล้วจะเก่งได้อย่างไร? บางคนก็อ้างว่าไม่มีใครมาฝึกด้วย..จึงไม่เก่ง.. แล้วคนอื่นๆที่ฝึกโดยการดูหนังในทีวีหรือ YouTube เค้าเก่งได้อย่างไร? เมจะมาสอนวิธีการฝึกแบบ “ไลฟสไตล์” นะ คอร์สตามสถาบัน นัดให้มาเรียน 1-2 วัน/อาทิตย์ แต่ถ้านักเรียนฝึกแค่นี้..นักเรียนจะไม่มีวันเก่งได้แน่นอน! นักเรียนต้องรู้จักวิธีฝึกเอง ส่วนนี้เมให้นักเรียนที่ติว TOEIC กับเมในคอร์ส TOEIC@HOME ฝึกทุกวัน..นั่นก็คือการดูคลิปที่มี english subtitles ถ้าพื้นอ่อนก็ดูคลิปเด็กไป– นั่งดู นั่งฝึกที่บ้าน จะไปอายใคร?  ถ้านักเรียนไม่เก่งแล้วมาฝึกฟังคลิปยากๆ นอกจากจะไม่เข้าใจแล้วจะเบื่อเร็วอีกด้วยนะ อย่าคิดแต่จะฝึกพูดอย่างเดียว  ทักษะการฟังและการพูด เป็นสิ่งที่ควบคู่กัน นักเรียนจะต้องเริ่มจากการฝึกฟัง สังเกตุการออกเสียง ความเร็วในการพูด แล้วพูดตามให้เหมือนมากที่สุด  ถ้านักเรียนเริ่มเข้าใจความหมายในสิ่งที่ได้ยิน นักเรียนก็จะสามารถโต้ตอบกับคนต่างชาติได้–…

Continue Reading →

หลักการใช้ Who, Which, That ใน Relative Clause (Advance Grammar)

  Relative Clauses : หัวข้อที่ฟังดูน่ากลัว เพราะมันเป็นแกรมม่าระดับ Advance แต่เมบอกเลยนะ ว่าหลักการนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เมว่านักเรียนคงเคยเรียนกันมาแล้วที่โรงเรียนหรือมหาลัย–แต่พอไม่ใช้ก็ลืมกันแทบทุกคน  Relative Clauses นะ—อธิบายแบบพื้นๆคือการเอาสองประโยคมาต่อกัน เพื่อเพิ่มข้อมูล หัวข้อนี้มักเป็นที่งงๆ สำหรับหลายๆคน ที่งงเพราะจับหลักการไม่ถูก เมเลยจะมาสอนวิธีการแยกระหว่าง 2 แบบของ Relative Clauses ให้ดูและสอนวิธีจำหลักการง่ายๆที่จะช่วยให้นักเรียนเอาไปใช้ได้อีกด้วย! ก่อนเข้าเรื่อง…เรามาดูการใช้ของ who, which และ that กันก่อน Who, which และ that เป็นคำสรรพนามที่ใช้แทนประธาน/กรรมใน Relative Clauses ใช้ต่างกันดังนี้นะ who : ใช้แทนคน which : ใช้แทนสิ่งของ that : ใช้แทนคนหรือสิ่งของก็ได้ เข้าใจละนะ? งั้นมาดูความแตกต่างระหว่าง 2 แบบของ Relative Clauses กัน มันแบ่งออกเป็น 2…

Continue Reading →

กริยาเปลี่ยนรูป 50 คำที่คุณจะเจอเป็นแน่–ในข้อสอบ TOEIC

  กริยาเปลี่ยนรูป หรือที่เรียกว่า Irregular Verbs คืออะไร? เราก็มาดูประเภทของกริยาก่อนนะ สรูปง่ายๆ กริยามี 2 ประเภท Regular Verbs คือกริยาปกติ  เวลาเป็นรูป Past Simple (V2)หรือรูป Perfect (V3) ก็เติมแค่ -ed  เช่น want : wanted (V2 และ V3) ask : asked  (V2 และ V3) need : needed (V2 และ V3) 2.  Irregular Verbs คือกริยาที่ไม่ปกติ  เวลาเป็นรูป Past Simple (V2) หรือรูป perfect (V3) ก็แปลงร่างเป็นอีกคำไปเลย เช่น do : did (V2) ,…

Continue Reading →

ตัวเลขที่สำคัญที่สุดในการพิชิตคะแนน TOEIC 700+

  The MAGIC Number… ตัวเลขที่ช่วยให้นักเรียนของเมทำคะแนน TOEIC แบบก้าวกระโดด.. ตัวเลขที่ทำข้อสอบ TOEIC จากยากมาก..กลายเป็น ไม่ยากเกินไป ตัวเลขที่ทำให้นักเรียนของเมทำข้อสอบทันแบบไม่ลน.. ตัวเลขนั้น..คือเลข 20 เอ๊ะ..ยังไง? ทำไมถึงเป็น 20 เกี่ยวอะไรกับข้อสอบ TOEIC? คืองี้นะ  ปัญหาใหญ่มากที่นักเรียนเกือบทุกคนมีการทำข้อสอบ TOEIC คือ..ทำไม่ทัน สาเหตุหลักที่ทำให้ทำไม่ทันก็เพราะ 2 ข้อนี้.. โจทย์มีตั้ง 200 ข้อ นักเรียนพยายามทำให้ถูกทุกข้อ ผลของมันก็คือนักเรียนทำไม่ทันส่วนสุดท้ายเยอะมาก–แล้วข้อที่ทำทันก็ใช่ว่าจะทำถูกหมด คะแนน TOEIC เลยร่วงเพราะเหตุนี้! เมเห็นหลักการต่างๆที่นักเรียนบางคนทำมา..หรือบางสถาบันแนะนำให้ทำแบบนี้ ทำโจทย์ Part 7 ก่อน แล้วค่อยมา part 5 และ 6 เน้นให้ทำได้ทุกข้อ ข้อไหนทำไม่ทันช่างมัน เน้นทำให้ถูก แล้วเป็นไง..ยังไงๆ คะแนน TOEIC ก็ไม่ถึงไหน อยู่ดี! ในคอร์ส TOEIC@HOME เมสอนให้นักเรียนของเมฝึกหลักการบริหารเวลา…

Continue Reading →

Modals Verb : วิธีใช้และตัวที่นักเรียนจะเจอบ่อยในข้อสอบ TOEIC

  Modals Verb : ชื่อไม่คุ้นละซิ.. แต่เมว่าคุณคงเคยใช้คำพวกนี้มาหลายต่อหลายครั้งแล้วละ.. ตัวอย่างของคำกลุ่มนี้นะ might, should, , could, must, have to, ought to… เป็นไง…เริ่มมีการ อ๋อ เกิดขึ้นแล้วละซิ! คำพวกนี้..เราคงคุ้นเคยกับมันในฐานะกริยาช่วย  เรามักจะไม่เห็นมันอยู่เดี่ยวๆโดยไม่มีกริยา ใช่มั้ย?  เช่น I can swim. can = modal verbs swim = main verbs (กริยาหลัก) Modal Verbs ที่นักเรียนจะเจอบ่อยในข้อสอบ TOEIC มีดังนี้ can could may might will would must shall should ought to   หลักการสำคัญของ Modal Verbs ที่นักเรียนควรรู้……

Continue Reading →

สอบ TOEIC ครั้งแรก..ก็สามารถทำคะแนนที่ต้องการเลยได้มั้ย?

ได้ซิ..ถ้าคุณมีนวทางการติวที่ดีพอ.. ใครบอกว่าต้องไปสอบ 2-3 ครั้งถึงจะทำคะแนนที่ต้องการได้? ในกรณีนั้นมักจะเป็นในรูปแบบนี้ สอบครั้งแรก–ลองข้อสอบ สอบครั้งที่สอง–สอบเมื่อติวจบคอร์ส สอบครั้งที่สาม–สอบเพราะต้องใช้คะแนนแล้ว มีไฟเต็มที่.. นักเรียนสามารถข้ามขั้นตอนไปที่การสอบครั้งสุดท้าย–ในการสอบครั้งแรกได้–แต่นักเรียนต้องมีปัจจัยที่สำคัญ 2 อย่าง นั้นคือ.. ไฟในการติว หรือความหิวคะแนนโทอิค เข้าคอร์สที่มีการวางแผนในการติว –ไม่ใช่ตะลุยโจทย์ไปวันๆ ประการแรก–นักเรียนต้อง be honest กับตัวเองว่า–จริงๆแล้ว–พื้นฐานของตัวเองอยู่ที่ไหน? เพราะไม่มีประโยชน์อะไรถ้ามานั่งนึกว่าตัวเองมีพื้นฐานดี จะทำคะแนน 700+ –เลยเข้าติวคอร์สที่มีแต่โจทย์  พอพื้นไม่แน่นพอ..ติวโจทย์ก็เริ่มงง ตามไม่ทัน เหมือนบ้านที่มีโครงสร้างไม่แข็งแรง..ยิ่งสร้างสูงๆ ก็ยิ่งอ่อนแอ และก็จะถล่มในที่สุด (นักเรียนคงไม่ถล่มแบบบ้าน แต่เวลานักเรียนไปสอบ แล้วผลไม่ได้ดั่งใจ-บางคนก็ท้อ ไม่อยากแตะไท่อยากติวโทอิคอีกเลย แล้วถ้าทำแบบนั้น–ใครที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด? ก็ตัวของนักเรียนเอง) ถ้าพื้นไม่ดี ก็ต้องให้เวลาตัวเองในการปรับพื้นตรงนี้ก่อนเข้าสอบ เมจึงทำคอร์ส GRAMMAR@HOME ที่ติวหลักแกรมม่าตั้งแต่ง่ายๆไปยาก เพื่อรับมือกับข้อสอบพวกนี้โดยเฉพาะ 🙂 ตัวอย่างเคสของนักเรียนในคอร์ส TOEIC@HOME เมมีนักเรียนที่พึ่งรู้ว่าต้องใช้คะแนนโทอิค และทำการติวครั้งแรกกับเมในคอร์ส TOEIC@HOME พอสมควร Khun Sippanon M. รู้ตัวว่าไม่เก่ง แต่เขาสู้ อดทน ทำการบ้านตามที่เมกำหนดในคอร์ส…

Continue Reading →

Page 1 of 34