คำถามสำคัญที่สุดในชีวิตผู้ปกครอง–ให้ลูกเรียนหลักสูตรปกติ หรือหลักสูตร EP ดี

คำถามสำคัญที่สุดในชีวิตผู้ปกครอง–

ให้ลูกเรียนหลักสูตรปกติ หรือหลักสูตร EP ดี?

 

คำถามสำคัญที่สุดในชีวิตผู้ปกครอง-- ให้ลูกเรียนหลักสูตรปกติ หรือหลักสูตร EP ดี?
คำถามสำคัญที่สุดในชีวิตผู้ปกครอง–
ให้ลูกเรียนหลักสูตรปกติ หรือหลักสูตร EP ดี?

หน้าที่ของผู้ปกครอง–คือการเลือกการเรียนที่ดีที่สุดให้ลูก   แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าการเรียนแบบไหนจะดี ในเมื่อระบบการศึกษาสมัยนี้นั้นต่างกับที่เราเรียนมาอย่างมากมาย.

สมัยนี้มาทั้ง EP, หลักสูตรสองภาษา,หลักสูตรภาคอินเตอร์, GIFTED และอย่างอื่นอีกมากมาย..

บางคนเลือกในหลักสูตรที่ตนคิดว่าลูกจะให้ได้..ก็คือสายที่ตนเคยเรียนมา  เรื่องนี้ต้องระวังเพราะ สมัยผู้ปกครองนั้น–ไม่มีทางเลือกหลักสูตรขนาดนี้    ความเป็นไปของโลกสมยก่อนนั้นแตกต่างจากสมัยนี้อย่างสิ้นเชิง

เมมีผู้ปกครองหลายคนโทรมาปรึกษาเมด้านนี้  เมแนะนำว่าเป็นสิ่งที่ดีเพราะผู้ปกครองต้องคุยกับใครก็ได้ที่ทำงานในบริษัท หรือทำการสอนโดยตรง เพราะเค้าจะเห็นความต้องการในการใช้วิชาหรือทักษะนั้นๆ โดบตรง..

การที่ลูกจะอยากเป็นอะไรนั้น–เป็นสิ่งที่เด็กเองก็ไม่รู้ แต่ได้ยินมาว่าผู้ปกครองว่าอะไรดี–เค้าก็เลือกอย่างนั้น  เมจึงแนะนำให้ผู้ปกครองเลือกสร้างพื้นฐานให้เค้า ดีกว่าวางแผนจนจบมหาลัย–เพราะถ้าเด็กเกิดเปลี่ยนใจทีหลัง เด็กก็ยังมีพื้นฐานในการประกอบอาชีพที่เขาชอบ

 เมจึงแนะนนำให้ผู้ปกครองเริ่มการเรียนภาษาของน้องตั้งแต่เด็กจนกระทั่งถึงชั้นม. 3   ให้น้องเรียนภาษาอังกฤษพร้อมกับภาษาไทย ยิ่งเรียนตอนเด็กๆยิ่งดีเพราะน้องจะสามารถซึมซับภาษาได้อย่างเร็วและลึกซึ้งกว่าตอนเรียนเมื่อเป็นผู้ใหญ่  มีนักเรียนหลายคนที่เรียนภาษาตั้งแต่เด็ก  พอขึ้นม.ปลายก็เปลี่ยนเป็นหลักสูตรปกติ แต่ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษนี้–ถึงจะอ่อนกว่าที่เคยเป็นตอนเรียนหลักสูตรภาษา  แต่เค้าก็เก่งกว่าเด็กที่เรียนหลักสูตรปกติมาตลอด–อย่างมากมาย

ส่งเสริมด้านภาษา–แล้วลูกของคุณจะได้เปรียบกว่าใคร–

ไม่ว่าจะทำงานด้านใดก็ตาม!

 

วิธีการเตรียมตัวลูกใน การสอบเข้าม.1 โรงเรียนชลกันยานุกูล และโรงเรียนชลราษฎรอำรุง

วิธีการเตรียมตัวลูกใน การสอบเข้าม.1

โรงเรียนชลกันยานุกูล และโรงเรียนชลราษฎรอำรุง

การสอบเข้าม.1

นั่นนะซินะ…ใกล้ถึงเวลาที่ผู้ปกครองทุกคนต่างวิตกกังวล แถมนอนไม่หลับบางที…

การสอบเข้าเรียนชั้นม.1 ของลูก…

ผู้ปกครองห่วงการสอบเข้าครั้งนี้–ยิ่งกว่าอะไรดี บางคนเตรียมศึกษษตั้งแต่ลูกขึ้นป.5 ด้วยซ้ำไป!  ครูเมเข้าใจว่าการเข้าม.1 ในโรงเรียนที่ดีนั้นสำคัญมาก  เพราะเด็กกำลังอยู่ในช่วงสำคัญในการเรียนและการคบเพื่อน  คบเพื่อนดี และอยู่ในสังคมที่ดีจะทำให้อนาคตดียิ่งขึ้น..

เอ..แล้วจะเตรียมตัวลูกอย่างไร?   การเตรียมตัวนั้นสำคัญ ถ้าลูกไม่เข้าใจที่ความสำคัญ ในการที่เราลากเค้าไปติวโน่นนี่ก็เหมือนกับการหาข้าวมาป้อนให้–แต่มันจะดีอะไร ถ้าเค้าไม่ “กลืน”

KruMae แนะนำวิธีการเตรียมตัวลูกในการสอบเข้าโรงเรียนชลกันยานุกูล และโรงเรียนชลราษฎรอำรุง หรือโรงเรียนชื่อดังต่างๆ ทั่วประเทศไทย

  1. วางแผนตั้งแต่เนิ่นๆ   หมายถึงศึกษาโรงเรียนและออกแบบการติววิชาที่เป็นจุดอ่อนให้ลูก
  2.  รู้สาเหตุที่ทำให้ลูกอยากเข้าโรงเรียนต่างๆ เด็กมักจะอยากเข้าร.ร.ต่างๆเพราะอาจจะมีครอบครัวเป็นศิษย์เก่า หรือไม่ก็เพราะติดเพื่อน  ถ้าลูกของคุณอยู่ใน 2 กรณีนี้–และเป็นโรงเรียนที่คุณต้องการ  ให้ย้ำถึงความสำคัญบ่อยๆ
  3. ให้ลูกเรียนพิเศษเพื่อติวเข้าม. 1  แต่ก่อนลูกคุณอาจจะยังไม่เคยเรียน แต่การเรียนพิเศษนั้นให้ผลดีทั้งคุณและลูก เพราะลูกจะได้ฝึกการทำข้อสอบที่ยากกว่าในโรงเรียน รวมทั้งตัวผู้ปกครองเองจะได้รู้จักผู้ปกครองคนอื่นที่สามารถคุย ปรึกษาร่วมทั้งแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนต่างๆ
  4. เกรดของแต่ละโรงเรียนไม่มีค่าเท่ากัน หมายถึงเกรด 4 ภาษาอังกฤษของโรงเรียนนึงอาจจะไม่มีน้ำหนักเท่ากับของอีกโรงเรียนนึง  ก็เพราะข้อสอบก็ใช้ไม่เหมือนกัน ดังนั้นความยากง่ายก็จะไม่เท่ากัน  ถ้าลูกคุณได้เกรด 4 แล้วอย่าคิดว่าลูกจะสอบเข้าโรงเรียนดังๆ อย่างง่ายๆ  เราต้องดูเด็กคนอื่นด้วยว่าเค้าอยู่ระดับใกล้เคียงกับลูกมั้ย
  5. หมั่นตรวจสอบลูก   ส่งลูกไปโรงเรียนกวดวิชาอย่างเดียวไม่พอ  เพราะการศึกษาที่แท้จริงนั้นอยู่ที่บ้าน  เริ่มใช้กฎในการเล่นโทรซัพท์ ไอแพด  เริ่มจำกัดชม.ในการเล่นสิ่งของแบบนี้เพื่อเอาเวลาไปทบทวนสิ่งที่เรียนมา
  6. คุยกับลูกบ่อยๆ  ถึงสาเหตุว่าทำไมการเข้าโรงเรียนที่ดีตอนม. 1 นั้นสำคัญ—ว่ากันด้วยเหตุผล อย่าบังคับลูก..พยายามให้ลูกตัดสินใจด้วยตัวเอง..เพราะลูกจะตั้งใจอ่านหนังสือติวสอบมากกว่าถ้าเราบังคับเค้า–ลูกจะต่อต้านขึ้นมาทันที

โรงเรียนชลกันยานุกูลได้เพิ่ม การสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ

ให้กับนักเรียนม. 1 และ 4 ในทุกประเภท!!

ข้อสอบการพูด/ฟังภาษาอังกฤษจะไม่มีเพื่อนักเรียนประเภทอีพีอีกต่อไป แต่จะเป็นทักษะที่จำเป็ฯสำหรับนักเรียนทุกคน คะแนนสัมภาษณ์จะถูกรวมกับคะแนนข้อสอบเพื่อประเมิณทักษะของนักเรียน

การสอบประเภทนี้เป็นการสอบที่ยากพอควร เพราะนักเรียนส่วนมากจะไม่เคยฝึกการพูด/ฟังเป็นภาษาอังกฤษ ฝึกแต่แกรมม่า ทำให้อ่อนด้านการสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษซึ่งเป็นสิ่งที่จะให้โอกาสในการเรียนและการทำงานในอนาคตอีกมากมาย

FMCP English มีการติวสัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษให้กับวัยทำงาน และลูกศิษย์ได้งานที่ต้องการมากมาย ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราจะเปิดติวการสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษให้นักเรียนชั้นป.6 ติวเข้าม. 1  สิ่งที่นักเรียนจะเรียน มีดังนี้

  • ฝึกการสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษเพื่อเพิ่มความมั่นใจก่อนสอบจริง!
  • ฝึกการพูด/ฟังกับครูต่างชาติ
  • ลดความเขิล/อายในการพูดภาษาอังกฤษ
  • สร้างความสนุกสนานในการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร
  • เปลี่ยนทัศนคติในการเรียนสนทนากับครูต่างชาติในทางที่ดีขึ้น
  • ปูพื้นฐานที่สำคัญในการพูด/ฟังภาษาอังกฤษ
  • เรียนกลุ่มเล็ก ไม่เกิน 12 คน

คอร์สนี้เราจะเปิดระยะยาว นักเรียนสามารถเข้าเรียนตามจำนวนชม.ที่ต้องการ ยิ่งมาบ่อย ยิ่งฝึกทักษะให้เก่งขึ้น หลังจากการสอบเข้าม.1 นักเรียนจะสามารถใช้จำนวนชม.ที่มีอยู่จนกว่าจะหมด เพื่อฝึกการพูด/ฟังได้มากขึ้น ดังนี้

แพ็คเก็จ 30 ชม. 5,000 บาท (ราคาปกติ 6,000 บาท)

วัน/เวลาเรียน : นักเรียนสามารถเข้าเรียนได้ตามที่ต้องการ  ยิ่งเข้าฝึกถี่–ยิ่งเก่ง!   วันไหนไม่มา..ไม่คิดชม.

  • อังคาร, พฤหัส 17.00-19.00 และ เสาร์ 13.00-15.00

คอร์สเริ่มวันที่ 3 กพ 2558 สามารถจองที่นั่งได้ที่ 082-471-0226  LINE ID: maemew

 

To, for และ of ความแตกต่างของทั้งสามตัวนี้และหลักการใช้ที่ถูกต้อง

toforof

หลักการใช้ of

Of : ใช้ในความหมายว่า “ของ”

เช่น  The first page of the book describes the author’s profile.

หน้าแรกของหนังสือเล่มนี้อธิบายประวัติของผู้เขียน

Of:  ใช้บอกจำนวน

เช่น  I drank three cups of milk.

ชั้นดื่มน้ำจำนวนสามแก้ว

หลักการใช้ to

To:  ใช้บอกสถานที่

เช่น   All of us went to the movie theater.

เราทุกคนไปที่โรงหนัง

To:  ใช้บอกขีดจำกัด

เช่น  The snow was piled up to the roof.

หิมะถูกกองถึงหลังคา

To:  ใช้บอกความสัมพันธ์

เช่น  My answer to your question is in this envelop.

คำตอบของฉันถึงคำถามของคุณอยู่ในซองจดหมายนี้

To:  ใช้บอกระยะเวลา

เช่น  I work nine to six, Monday to Friday.

ฉันทำงานเก้าโมงถึงหกโมง จันทร์ถึงศุกร์

หลักการใช้ for

For:  ใช้บอกการใช้งาน

เช่น  I baked a cake for your birthday.

ฉันอบเค้กเพื่อวันเกิดของเธอ

For:  แปลว่า “สำหรับ”

เข่น  We feel deeply sorry for your loss.

เรารู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับการสูญเสียของคุณ

TO, FOR และ OF มีหลักการใช้หลายแบบ เมแนะนำให้จำตัวอย่างของการใช้แต่ละแบบ จะได้เห็นอย่างชัดเจน–ไม่ใช่จำเป็นสไตล์คววามหมายของคำศัพท์นะ เพราะจะงงง่ายมากเลย

 อยากฝึกแกรมม่าเพิ่มมั้ย?

เนื้อหาตรงนี้และอื่นๆอีกมากมายจะอยู่ในคอร์ส [email protected] คอร์สแกรมม่าออนไลน์ที่ให้ฝึกทุกหลักการทางแกรมม่าของภาษาอังกฤษ ตั้งแต่ง่ายๆจนถึงระดับสูง แกรมม่าเป็นพื้นฐานในการสนทนา และการทำข้อสอบทุกตัวเลยนะ!

 

เนื้อหาที่คุณจะได้ติวในช่วงทดลองเรียนคอร์ส [email protected] 3 วัน

  • Present Simple เบื้องต้น
  • Nouns เบื้องต้น
  • Adjectives เบื้องต้น
  • Present Continuous และ Adverbs เบื้องต้น
  • The Simple Past of Be
  • The Simple Past และ The Past Continuous เบิ้องต้น

คุณสามารถเข้าติวเนื้อส่วนนี้ได้ทันที–ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ

คลิกที่นี่เพื่อเข้าเรียน!