interview

คะแนนโทอิคคือตัวทำนายว่าคนๆนั้นเหมาะสมกับตำแหน่งนั้นๆมั้ย…

บริษัทก็กลัวการรับคนเข้ามาทำงานใหม่—พอๆกับเราที่กลัวการสัมภาษณ์ที่บริษัท  เพราะอะไร?

เพราะขั้นตอนการสมัครงาน และสัมภาษณ์ไม่สามารถการรันตีได้ว่าคนๆนี้จะมีความสามารถและคุ้มค่ากับการลงทุนทาง training ต่อบริษัทมั้ย?

หรือ..ที่บอกว่า “fluent in English” อะ….เก่งภาษาขนาดไหน?

Resume ก็เหมือนกับการพูดถึงตัวเราเอง..ก็ต้องมีแต่เรื่องที่ดีๆอยู่แล้ว—บริษัทจึงต้องหาตัวข้อสอบที่เป็นมาตราฐาน และสามารถใช้เปรียบเทียบความสามารถทางภาษาของผู้เข้าสมัครงานได้—ข้อสอบโทอิคจึงถูกเลือก เพราะเน้นทักษะ/ภาษาและคำศัพท์ที่ใช้ในธุรกิจทั่วไป!

ตามปกติ ถ้าคุณจะสมัครงาน คะแนนโทอิคของคุณควรอยู่ที่อย่างน้อย 550/990  เมแนะนำใครที่ยังไม่มีคะแนนโทอิคหรือคะแนนยังไม่ถึง–ควรฝึกทักษะทางภาษาเพื่อให้ได้คะแนนนี้มาครอบครอง–เพราะถึงแม้ว่าตำแหน่งที่เราอยากได้จะไม่ต้องการคะแนนโทอิค–คุณยื่นคะแนนพร้อมใบสมัครก็ไม่เสียหายอะไร  แถมยังเพิ่มโอกาสในการถูกเรียกเข้าสัมภาษณ์ขึ้นมาอีก 80%!

งานในยุคสมัยนี้ต้องใช้ภาษา  มีนักเรียนที่ทำงานแล้วหลายคนบอกเมว่า ทางบริษัทดูที่ภาษาก่อนอื่นเลย แล้วอย่างอื่นค่อย train เอา..

คะแนนโทอิคที่คุณมี..สื่อความหมายแบบไหนให้บริษัทที่คุณต้องการเข้าทำงาน?

  • ถ้าได้คะแนนโทอิคน้อยกว่า 500 หรือไม่มีคะแนนโทอิค  คุณควรพยายามเพิ่มคะแนนนี้ก่อนที่จะมายื่นให้บริษัทดู  เพราะมันสื่อถึงความไม่พร้อมทางด้านภาษา  และเรียนรู้ภาษาค่อนข้างยาก รวมทั้งไม่มีความตั้งใจในการพัฒนาตนเองให้ดีกว่านี้ (ถ้าทักษะของตัวเองยังไม่อยากพัฒนา–แล้วจะทำหน้าที่ในงานได้ดีอย่างไร?)
  • ถ้าได้คะแนนโทอิค 500-600 บริษัทจะเข้าใจว่าคนๆนี้ มีความรู้รอบตัว เข้าใจว่าสิ่งแวดล้อมต้องการทักษะทางภาษา และก็พยายามปรับปรุงตัวเองเพื่อเข้ากับการทำงานยุคใหม่  มีคุณสมบัติที่ดี สมควรกับการเข้ารับทำงาน  เรียนรู้ได้เร็ว
  • ถ้าได้คะแนนโทอิค 600+ คุณจะได้รับโทรศัพท์ให้เข้าไปสัมภาษณ์ทันทีที่เค้าดูใบสมัครของคุณ  เพราะคุณคือบุคลากรที่มีค่าในสายตาของเค้า  นอกเหนือจากความสามารถทางภาษาที่ใช้ได้พอสมควร..  คะแนนนี้แสดงถึงความกระตือรือร้นในการพัฒนาตัวเองในทางภาษาและรอบด้านอย่างที่สุด  คุณน่าจะเป็นคนที่สมควรกับการได้รับมอบหมายให้ทำโปรเจคใหญ่ๆ เพราะทางบริษัทเชื่อว่า นอกจากคุณจะทำเสร็จ–คุณจะทำได้ดีมากอีกด้วย!

แนวทางในการเพิ่มคะแนนโทอิคที่คุณต้องการ!

ถ้าคุณยังไม่เคยสอบโทอิค--เมแนะนำให้ลองสอบดูก่อน  ให้เห็นการสอบ เห็นบรรยากาศห้องสอบ และที่สำคัญที่สุด–เห็นคะแนนของตัวเองว่าอยู่ในระดับไหน แล้วมันใช้ได้มั้ย?  ถ้าคุณได้เห็นคะแนนของตัวเอง คุณจะรู้จุดยืน และสมองจะเริ่มหาแนวทางในการพัฒนาเพิ่มคะแนนจากจุดๆนี้ ไปยังจุดที่คุณต้องการได้  ไฟสู้ก็จะเริ่มลุกขึ้น!

ถ้าคุณเคยสอบแล้ว แต่ยังได้คะแนนไม่ดี –เมแนะนำให้หาติวเตอร์ที่สามารถช่วยแนะนำการทำข้อสอบนี้  หลายคนคิดว่าจะสามารถติวเองได้–ก็จริงนะ  แต่ส่วนมากก็ได้ไม่เกิน 500 คะแนน เพราะคุณยังไม่รู้ทางลัดอีกมากมายในการทำข้อสอบนี้  คนที่ทำข้อสอบนี้มาร้อยกว่าครั้งจะเห็นรูปแบบข้อสอบอย่างชัดเจน และจะช่วยให้คุณสามารถประหยัดเวลาในการติว, หลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่นักเรียนส่วนใหญ่มักทำ และไปถึงคะแนนที่ตัวเองต้องการอย่างรวดเร็วขึ้น

คอร์ส [email protected] เป็นคอร์สติวโทอิคออนไลน์ที่สำหรับคนที่มีงานเยอะ ไม่ต้องการเดินทางไปเรียน และอยากประหยัดค่าเรียน  — รวมกับการการันตีโดยการคืนเงิน 100% และการวางแผนการติวในแต่ละวัน  ทำให้กลายเป็นอีกตัวเลือกนึงของนักเรียนในยุคอินเตอร์เน็ท

นักเรียนที่ได้ทำตามการบ้าน DAILY TOP STARS ของเม มักจะได้คะแนนที่ต้องการอย่างรวดเร็ว

toeic@home

เหตุเพราะในคอร์ส [email protected] หัวใจของคอร์สคือ “ตัวคุณเอง“–ในเมื่อคุณต้องไปสอบและใช้ความสามารถของคุณจริงๆ  แต่ในคอร์สนี้เมจะสอนการทำข้อสอบให้ได้คะแนนที่ดีที่สุด รวมทั้งสอนการสะสมทักษะการฟังและคำศัพท์ที่คุณสามารถทำได้เองในแต่ละวัน   สุดท้ายแล้ว ทักษะนี้ก็จะติดตัวคุณไป!

แล้วคุณจะเข้าใจว่า คะแนนโทอิคที่คุณอยากได้–มันสามารถเป็นไปได้จริง ขอแค่คุณเดินตามรอยที่เมนำไว้ให้..คุณอยากได้คะแนนเท่าไหร่ละ?  ไม่มีคะแนนไหนไกลเกินความสามารถของคุณอีกต่อไป–แม้กระทั่ง 900+ คะแนน!


 

ถ้าคุณพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง และเพิ่มโอกาสให้ตัวเอง

คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดคอร์ส [email protected]!