มนุษย์เงินเดือน

 

วิธีเอาตัวรอด(ของ มนุษย์เงินเดือน)ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ

หนีไม่พ้นแน่ กับเศรษฐกิจไทยและทั่วโลกที่นับว่าจะแย่ลงเรื่อยๆ

ยิ่งในฐานะที่เป็นมนุษย์เงินเดือน..ช่วงนี้ต้องระวัง เพราะข้าวของเครื่องใช้ราคาสูงขึ้น…แต่ไหง..เงินเดือนกลับเท่าเดิม?

KruMae มีวิธีเอาตัวรอดในเศรษฐกิจที่กำลังแย่ลง ที่คุณควรลองนำมาทำดู

ประหยัดให้ถูกทาง

ใครๆบอกให้เก็บเงินๆ ถ้าทุกคนเก็บแต่เงิน แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาหมุนตลาด?  การเก็บเงินหมายถึงให้ประหยัดในสิ่งที่ฟุ่มเฟือย โทรศัพท์..ไม่เจ๊งก็ไม่ต้องไปซื้อใหม่  เครื่องสำอางค์..ไม่จำเป็นต่องมีลิปทุกสี เป็นต้น  ลองนั่งมองสิ่งของที่อยู่รอบตัว เอาจำนวนเงินที่ซื้อมันมาบวกๆ กัน  เมว่าคุณจะได้เงินจำนวนใหญ่พอสมควร..

พัฒนาทักษะตัวเอง…ถ้าไม่อยากตกงาน 

เมื่อเศรษฐกิจไม่ดี บริษัทก็ต้อง “trim the fat” นั่นคือ..ลดความอ้วน  อะไรที่ถือว่าเป็น “ไขมัน” ในบริษัท (บุคลากรที่ไม่ได้ทำเงินให้ ไม่มีความสามารถดีเด่นอะไร วันๆนั่งเกะกะ) ก็จะถูกเชิญให้ออก เพราะต้องลดต้นทุน–ลองถามตัวเองซิ  ว่าคุณเป็น fat ส่วนนึงของบริษัทหรือปล่าว?  ถ้าคุณเป็นคนๆนึงที่บริษัทสามารถหาคนมาแทนที่อย่างง่ายๆ คุณต้องระวังตัวแล้ว..เพราะการหางานใหม่ในช่วงนี้จะเต็มไปด้วยการแข่งขันอย่างมากมาย–  ค่าเช่าบ้าน/ผ่อนรถ ไม่แคร์ว่าคุณมีงานหรือไม่ เพราะฉะนั้นคุณต้องปรับตัวอย่างเต็มที่!

มนุษย์เงินเดือน-อย่างเรา ต้องปรับตัวอย่างไร?

ดูซิ ว่าทักษะไหนที่บริษัทคุณต้องการ.. แน่นอนเลยว่าทุกบริษัทต้องการคนที่มีความสามารถทางด้านภาษา  ไม่ว่าจะภาษาญี่ปุ่นหรือภาษาอังกฤษ  คุณสามารถเริ่มที่จะศึกษาภาษาอย่างจริงๆจังๆ เพราะถ้าคุณตั้งใจฝึกกับมันเต็มที่แล้วยังถูกตัดออก  คุณยังมีทักษะที่มีค่าเวลาลงสนามสมัครงานใหม่ ยิ่งกว่าหลายพันคนเลยทีเดียว!

อ้าว…ไหนบอกให้เก็บเงิน?

555555!  ใช่คะ เลือกใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่ฟุ่มเฟือย–ในด้านภาษา เมหมายถึงว่ารที่คุณจะเก่งภาษาอังกฤษหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคอร์สภาษานั้นราคาเท่าไหร่   คอร์สแพงๆจากสถาบันใหญ่ๆ ไม่สามารถการันตีความสำเร็จให้คุณได้  ยิ่งถ้าคุณไม่มีเงินแล้วยังไปผ่อนค่าคอร์สภาษาแพงๆ ในแต่ละวัน..มันจะคุ้มกันมั้ย?

คุณต้องเข้าใจอย่างนึงว่า..ทักษะ..มันซื้อกันไม่ได้..ใครอยากได้ต้องฝึกเอง

แค่นั้นเลย…อยากเก่งสนทนา คุณจะฝึกตามสถาบันใกล้บ้านที่ราคาโอเค ขอแค่คุณขยันฝึกเพิ่มเติมที่บ้าน—คุณก็เก่งได้  ถ้าคุณหาสถาบันที่ราคาสมเหตุสมผล แล้วสามารถฝึกได้ในระยะยาว  ยังดีกว่าคอร์สแพงๆที่ฝึกได้ไม่กี่ครั้งซะอีก!!!

คนทำงานอย่างคุณจะต้องเก่งสนทนาภาษาอังกฤษให้เป็นหลัก เพราะเป็นสิ่งที่โชว์ผลงานได้ทันที  เวลาคุยกับบอสรู้เรื่อง บอสจะคิดในใจว่า คนๆนี้สมควรที่จะเก็บไว้เพราะรู้จักการพัฒนาตนเอง อีกทั้งสามารถช่วยบริษัทในด้านต่างๆอีกมากมาย–พอถึงตอนนั้น…..ในระหว่างที่คนอื่นกำลังกังวลว่าจะตกงานมั้ย คุณก็จะได้รับตำแหน่งใหม่และเงินเดือนที่เหมาะสมกับทักษะทางภาษาอังกฤษที่คุณได้ฝึกมาอย่างดี!

ถ้าคุณยังไม่ได้งาน..หรือบริษัทเชิญให้ออก…

 อย่าพึ่งท้อใจ..  บางคนก็หันมาทำธุรกิจส่วนตัวเลย  ส่วนตัวเองเมแนะนำให้ทำธุรกิจส่วนตัว แต่ต้องศึกษาตลาดก่อน–ว่าจะทำอะไรดี ลงทุนเท่าไหร่  ลูกค้าคือใคร  ทำการตลาดอย่างไร  ไม่ใช่เห็นเพื่อนทำอย่างนั้นแล้วดูมีเงิน เลยทำตาม.. สิ่งที่เค้าให้เห็นกับสิ่งที่่เป็นจริงนั้นต่างกัน  เห็นเค้ารับเงิน แต่รู้มั้ยว่าเค้าต้องลงทุนเท่าไหร่?  เพราะถ้าไม่วางแผนให้ดี คุณจะเสียเงินเก็บลงในธุรกิจที่เป็นเหมือนบ่อทรายดูด ที่นับว่ามีแต่ดูดเงินเก็บของคุณ แต่ไม่เห็นผลกำไรอะไรเลย…

ถ้าคุณตัดสินใจลงสนามสมัครงานใหม่  คุณต้องเตรียมตัวให้ดีละ  เพราะงานนี้จะมีคนที่มีคุณสมบัติยิ่งกว่าคุณมาสมัครงานเดียวกับคุณ  แล้วยิ่งบริษัทต้องการคนน้อยขึ้น บริษัทจะเลือกแบบสุดยอดเท่านั้น!!!  วิธีเตรียมตัวในสนามสมัครงานมี 3 อย่าง เตรียมเรซูเม่, คะแนนโทอิค และทักษะการสัมภาษณ์งาน

วิธีเตรียมเรซูเม่และการสัมภาษณ์งาน

ถ้าคุณยังไม่มี..ให้รีบไปทำมาซะ  เพราะมันคือใบประวัติสำคัญที่บอกบริษัทว่าคุณเป็นใคร  ถ้าคุณไม่มี..ก็ไม่มีใครอยากที่จะค้นคว้าหาประวัติคุณซะเท่าไหร่หรอก  ในเรซุเม่ต้องใช้ภาษาอังกฤษที่ไม่เกินความรู้ของตัวเอง  อย่าใช้คำเวอร์ๆที่ไปลอกมาจากเน็ท–คำที่ตัวคุณเองยังใช้ไม่เป็น  เรซุเม่ของคุณต้องน่าสนใจ ไม่ใช่แนวเดิมๆ เหมือนคนอื่นๆเค้า  อีกเรื่องนึงคือด้านสัมภาษณ์ คุณต้องเข้าใจว่าคุณมีเวลาแค่ 5-20 นาทีในการพรีเซนต์ตัวเองให้ดีที่สุด แล้วถ้าช่วงเวลานั้นมันสำคัญขนาดนี้–คุณไม่ฝึกคำถามไม่ได้แล้ว! การเตรียมแบบท่องๆใน pantip จะไม่ได้ช่วยอะไรคุณเลย..เพราะคนสัมภาษณ์คุณเค้าฟังมาจนชินหูละ  ในคอร์ส resume&[email protected] เมได้จัดการติวสัมภาษณ์งาน รวมทั้งติวการสร้างเรซูเม่ให้  ถ้ายังไม่มั่นใจในเนซูเม่ของคุณ คุณยังสามารถส่งมาให้เมแก้ให้ฟรี!  คลิกที่นี่เพื่อรายละเอียด

คะแนนโทอิคของคุณต้องเป็น 550+

การมีคะแนนโทอิคหรือไม่–จะไม่ใช่สิ่งที่คุณจะสามารถเลือกได้อีกต่อไป  ไม่ว่าคุณจะทำงานอะไร  ถ้าคุณมีคะแนนโทอิค 550+ คุณจะเป็นบุคคลที่น่าสนใจขึ้นมาทันที!  โดยเฉพาะนักศึกษามหาลัยปี 3-4 ถ้าจะมาเตรียมสอบโทอิคตอนสมัครงานก็คงไม่ทันแล้วละ  เพราะข้อสอบโทอิคสอบทักษะ–มันต้องมีเวลาในการสะสม ไม่ใช่ติวแค่วันสองวันก็ได้

เมได้เจอนักเรียนหลายคนที่ต้องการคะแนนโทอิคในเวลา 1-2 อาทิตย์  ในเมื่อข้อสอบโทอิคใช้ทักษะ–ก็จะท้าทายความสามารถของคุณขึ้นมาหน่อย แต่ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้! นักเรียนของเมหลายคนได้ติวภายใน 1-2 อาทิตย์ก็ได้คะแนนโทอิคที่ต้องการ เพราะลงคอร์ส [email protected] คอร์สนี้สามารถเริ่มติวได้ทันที พร้อมทั้งมีโครงสร้างง่ายๆในการปูพื้นฐานเพื่อนำมาใช้ในการทำข้อสอบ ขอแค่ความตั้งใจจริง–คุณก็จะสามารถเป็นอีกคนนึงที่สอบได้คะแนนโทอิคที่ต้องการ ในเวลาที่สั้นอย่างนี้  ถ้าคุณพร้อมที่จะติวโทอิคหรืออยากได้คะแนนโทอิคที่ต้องการซักที..คลิกที่นี่