มีนักเรียนหลายที่มาปรึกษาเมย์เรื่องนี้ มาถึงก็บอกว่าเนี่ย

ครูเมย์หนูไป สอบโทอิค มา 4 ครั้งแล้ว คะแนนเพิ่มประมาณ 10 คะแนนแล้วต่อมาก็ลดอีก 5 คือมันจะอยู่ประมาณ 500 ถึง 550 มันไม่ไปไหนเลย

อีกเคสนึงก็คือได้คะแนนสูงแล้วประมาณ 650 แต่ไม่ถึง 700 สักที ไปสอบมาทุกอาทิตย์ก็ยังไม่ถึง พยายามที่จะเจอข้อสอบเดิมๆก็ยังทำไม่ได้มันเป็นเพราะอะไร?

มันไม่จำเป็นเลยว่านักเรียนจะต้องไป สอบโทอิค ทุกอาทิตย์ เพราะว่าข้อสอบโทอิคคือไม่ได้ยากขนาดนั้น และมันก็ไม่ได้ง่าย ขนาดแค่ไปติวเทคนิคแล้วก็ไปสอบได้เช่นกัน

จากที่เมได้ถามนักเรียนจากที่ไม่เคยสอบเลยแล้วไปสอบครั้งเดียวแล้วได้เนี่ย เขาทำยังไง คือเขาให้เวลาตัวเอง เขาให้เวลาตัวเองติวหนึ่งเดือนสองเดือนหรือบางคน 3 เดือนเลย ถ้าใครมีพื้นฐานน้อยก็จะติว Grammar ก่อนเดือนแรก

อย่าคิดว่าการปรับพื้นฐานมันเสียเวลา คิดซะว่ามันเหมือนกับการดีดหนังสติ๊ก เวลาหนีบหนังสติ๊กมันจะต้องยืด และพอยืดเนี่ยมันก็เหมือนกับว่าเราเดินถอยหลังแต่จริงๆแล้วสาเหตุที่เรายืดออก เพื่อที่จะมีแรง moment ที่จะดีดมันออกให้ไปไกลขึ้น  ถ้าเราไม่ดึงกลับมันก็จะไปแค่ตรงนี้ แต่ถ้าเราดึงเยอะๆและยิ่งดึงไปกลับเรื่อยๆเนี่ยมันก็จะไปไกล คิดว่าการปรับพื้นฐานระดับนี้ ท่าพื้นฐานเราน้อยเนี่ย ปรับพื้นฐานใน GRAMMAR@HOME แล้วมันจะดีดตัวเองเวลาติว Toeic ได้เยอะเลย

นักเรียนส่วนใหญ่ พอจะใช้คะแนน Toeic จะติวแต่เทคนิค แล้วไปสอบ ปัญหาก็คือเทคนิคมันไม่พอ TOEIC ไม่ได้สอบวิธีการทำข้อสอบ  TOEIC สอบทักษะการฟังและการอ่านและคำศัพท์ ถ้านักเรียนไม่มีตรงนี้ในแต่ละอาทิตย์ยิ่งนักเรียนไปสอบ นอกจากจะเสียค่าสอบแล้วคะแนนจะลดลงเพราะว่ามาถามตัวเองตรงๆเลยนะแต่ละครั้งที่ตัวเองไปสอบเนี่ยตัวเองได้ติวอะไรเปลี่ยนไปจากครั้งที่แล้วบ้าง ครั้งที่แล้วติวแบบหนึ่ง แล้วมันไม่ได้คะแนนที่ต้องการแล้วก็มาติวเหมือนเดิม แล้วอาทิตย์ต่อมาจะได้คะแนนที่ต้องการได้ยังไง?

ถ้าครั้งแรกไม่โอเคต้องถามตัวเองแล้วทักษะได้ฝึกบ้างไหม ถ้าเป็นนักเรียน TOEIC@HOME เมย์จะถามเลยว่า  Daily Top Star การเรียนที่ออกแบบมาให้แต่ละวันได้ทำไหม เพราะถ้านักเรียนได้ทำทักษะนักเรียนพร้อมแน่ แต่ถ้าเกิดทำบ้างไม่ทำบ้างมันจะไม่ได้มันสำคัญมากเลย ลองถามตัวเองว่าทักษะได้ฝึกบ้างไหม ถ้าทักษะไม่ได้ฝึก แล้วนั่งตั้งตาทำโจทย์อย่างเดียว บอกได้เลยค่ะว่าครั้งต่อไปที่คุณไปสอบคะแนนของคุณก็เท่าเดิม หรือยิ่งลดเข้าไป และสาเหตุที่ลดเนี่ยก็เพราะว่า มันไม่มีอะไรเพิ่มขึ้นเพราะฉะนั้นมันก็ลดลง และข้อเสียยิ่งกว่านั้นก็คือแต่ละครั้ง ที่คะแนนลดลง ความมั่นใจของเราก็เริ่มน้อยลง เริ่มที่จะดิ่งลงแล้วแต่ละครั้งที่ไปสอบคะแนนลดลงทีละ 5 คะแนน ทีละ 10 คะแนนทีละ 20 คะแนนและมันทำให้เราคิดว่า ข้อสอบ Toeic มันยาก ข้อสอบ Toeic มันเป็นสิ่งที่นักเรียนคงทำไม่ได้ ว่าคนอื่นเขาทำได้แต่เราคงหัวไม่ดี ภาษาไม่โอเค ชาตินี้เราคงทำไม่ได้แน่นอนซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดไม่อยากให้ความเชื่อนั้นมาเข้าสู่สมองของนักเรียน เพราะมันเหมือนกับยาพิษ พอคิดว่าตัวเองหัวไม่ดีแล้ว มันก็ทำให้ตัวเองยอมรับสภาพว่าตัวเองคงทำไม่ได้จริงๆซึ่งบอกเลยนะว่าทักษะภาษาอังกฤษเนี่ยมันเก่งกันได้ทุกคน 

สาเหตุที่นักเรียนยังไม่เก่งไม่ใช่ว่านักเรียนไม่มีหัวทางด้านภาษา หรือว่าเป็นสิ่งที่นักเรียนไม่ชอบหรือว่าไม่เคย ไม่เคย OK มาตั้งแต่เด็กแล้ว นั่นคือสิ่งที่ปิดกั้นตัวเองเพราะจริงๆแล้วสมองนักเรียน ก็เหมือนกับสมองของเมย์ สามารถรับความรู้ทางด้านภาษาได้เท่ากัน ขอแค่ฝึกทักษะ ฝึกทักษะทุกวันนักเรียนก็เก่งได้ แต่การที่ไปสอบถี่ๆ ทุกครั้งเนี่ย แล้วไม่ฝึกทักษะเลยเนี่ย ไม่เปลี่ยนแปลงการติวอะไรเลยมันทำให้นักเรียนคิดว่าข้อสอบมันยาก และนักเรียนหัวไม่ไหว ก็เลยแนะนำ ว่า ถ้านักเรียนจะไป สอบโทอิค ครั้งต่อไป ให้เวลาตัวเองดีกว่า อย่างน้อย 1 เดือน ในการที่จะติวและฝึกทักษะอย่างเต็มที่ เพราะว่าหลังจากที่ติว TOEIC ประมาณวันละชั่วโมงนึงก็พอ 1 ชั่วโมงรวมการฝึกทักษะไปด้วย ฝึกการฟังคำศัพท์ ฟังวันละ 15 นาที ฟังในสิ่งที่เราสนใจแล้วก็มี sub คำศัพท์วันละ 5-10 นาที ทำทุกวัน 30 วัน ไม่ต้อง 500 หรอก คุณได้ 600 up แน่นอน และ สอบโทอิค แค่ครั้งเดียว และอีก 2 ปีก็สบายไปเลย

หลังจากที่นักเรียนสมัครเรียนกับเมย์เนี่ย เมย์จะแนะนำให้ไป สอบโทอิค ภายใน 1 เดือนเพราะว่า เดือนนึงเนี่ยนักเรียนจะเห็นผลเลย และนั่นก็เป็นสาเหตุว่าทำไมเวลาไปสอบบ่อยๆถึงคะแนนลดลง หยุดที่จะคิดไปสอบอาทิตย์หน้าเลย เรื่องแบบนี้เขาใช้เวลา เขาเรียกว่าอดเปรี้ยวไว้กินหวานดีกว่า ให้เวลาตัวเองในการฝึกทักษะจริงๆ แล้วคุณจะเห็นผลเลยว่า TOEIC มันไม่ใช่แค่เทคนิค เหมือนที่หลายๆสถาบันเขาสอนกันเน้นแต่เทคนิค แล้วเป็นยังไง ที่เน้นแต่เทคนิคมาตั้งแต่มัธยม ตั้งแต่มหาวิทยาลัยเนี่ย พอมาเห็น Toeic แล้วทำไมยังทำไม่ได้

ถ้านักเรียนฝึกทักษะมาตั้งแต่ประถม  เชื่อว่าพอมาถึงจุดนี้แล้วเนี่ย คุณไม่ต้องเข้าติว TOEIC แล้วคุณไม่ต้องเข้าติว IELTS, TOEIC เพราะว่าคุณมีทักษะที่เพียงพอในการทำข้อสอบภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะมาในรูปแบบไหนก็ตามคุณก็ทำได้


LIKE US ON FACEBOOK!

Leave a Reply

Your email address will not be published.