คุณจะเตรียมตัวสำหรับการสอบข้อเขียน IELTS อย่างไรดี?

การสอบข้อเขียนของระบบการสอบวัดทักษะภาษาอังกฤษหรือ IELTS นั้นถูกออกแบบมาเพื่อประเมินความสามารถของนักเรียนในการ “เขียนคำตอบที่เหมาะสม การจัดระเบียบความคิดและใช้ขอบเขตของคำศัพท์และไวยากรณ์ได้อย่างถูกต้อง” แต่แท้จริงแล้วมันหมายความว่าอย่างไร? เราจะมาแบ่งปัน เทคนิค IELTS Writing ต่างๆ เพื่อความสำเร็จในการสอบข้อเขียน IELTS กัน!

ข้อสอบ IELTS Writing คืออะไร และประกอบด้วยอะไร?

ส่วนการข้อเขียนคือหนึ่งในสี่หัวข้อที่ประกอบขึ้นเป็นข้อสอบ IELTS ที่สมบูรณ์ (ส่วนอื่นๆ ได้แก่ การอ่าน, พูด และฟัง) ประกอบด้วยข้อสอบสองข้อ และผู้สมัครมีเวลา 60 นาทีเพื่อทำข้อสอบทั้งสองข้อให้เสร็จ แม้ว่าส่วนใหญ่ข้อสอบทั้งสองข้อจะคล้ายคลึงกัน แต่ก็ยังมีความแตกต่างที่สำคัญบางประการที่ควรหยิบยกขึ้นมาพิจารณา เพื่อให้ทุกอย่างง่ายขึ้น เราจะมาดูข้อสอบทีละข้อ สรุปข้อกำหนด, เกณฑ์การให้คะแนน, เทคนิค IELTS WRITING และสิ่งที่คุณทำได้เพื่อให้ไปถึงระดับคะแนนที่สูงที่สุด

เทคนิค IELTS WRITING

Task  1 : Graph

  1. ทำความเข้าใจโจทยและกราฟก่อนเริ่มเขียน

เป้าหมายหลักของโจทย์ข้อแรก คือการเขียนรายงานวิชาการจากแผนภูมิ, ตารางหรือกราฟที่กำหนดให้ (มีความเป็นไปได้ 6 แบบได้แก่ กราฟแท่ง, แผนภูมิวงกลม, กราฟเส้น, แผนที่, ตาราง หรือแผนภาพ หรืออาจรวมกันทั้ง 2 รูปแบบก็ได้) รายงานนี้จะต้องเขียนไม่น้อยกว่า 150 คำ การเขียนสั้นกว่านั้นจส่งผลเสียได้ Task 1 มีคะแนนเพียงครึ่งหนึ่งของ Task 2 เท่านั้น ดังนั้นการใช้เวลาไม่เกิน 20 นาทีจะเป็นการดีที่สุด

  1. ทำความเข้าใจการให้คะแนนของศูนย์สอบ IELTS

การให้คะแนนของข้อสอบ IELTS ทั้งหมด มีระบบที่เรียกว่า “แบนด์” การสอบทั้งหมดจะให้คำแนนตามมาตราส่วน ที่ระดับ 0-9 (และทีทศนิยมที่ .5 ด้วย เช่น 5.5, 7.5) โดยคะแนน 7 หมายถึง “มีความสามารถในการใช้ภาษาดี”

คะแนนของคุณในแต่ละแบบทดสอบขึ้นอยู่กับเกณฑ์ทั้ง 4 ข้อดังต่อไปนี้:

  • ความสมบูรณ์ของข้อสอบ
  • คำศัพท์ที่คุณใช้
  • ความสัมพันธ์และสอดคล้อง
  • ไวยากรณ์และความถูกต้อง

ทั้งหมดนี้จะให้ค่าน้ำหนักเท่ากัน คือเป็น 25% ของคะแนนทั้งหมดของคุณ

  1. ทำความเข้าใจกับคำถาม

คุณไม่มีเวลานานมากนักในการทำข้อสอบข้อแรก (อย่าให้เกิน 20 นาทีจริงๆ นะ) ดังนั้นอย่าใช้เวลามาก เกินไป ในการวางแผนเขียนคำตอบ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องเข้าใจคำถามให้ถูกต้องว่าต้องการอะไรและหาข้อมูลที่ให้มาจากภาพ ข้อมูลที่ให้มาอาจไม่ได้เกี่ยวข้องทั้งหมด แยกสิ่งที่คุณต้องการออกมาให้ได้อย่างชัดเจนและปล่อยผ่านข้อมูลที่เหลือไปได้เลย

  1. เขียนให้ตรงประเด็น

คุณไม่มีเวลาหรือพื้นที่มากพอให้กับข้อนี้ เมื่อไม่มีการกำหนดจำนวนคำสูงสุด ดังนั้นจะดีที่สุดถ้าเขียนคำตอบในข้อแรกไม่เกิน 180 คำ เพราะการเขียนมากเกินจะกินเวลาของคุณกับข้อนี้ได้ Task 1 จะต้องเขียนอย่างชัดเจน,กระชับ,เริ่มต้นคำตอบของคุณด้วยการกำหนดหัวประโยคและหลีกเลี่ยงการเพิ่มเติมคำหรือความเห็นที่ไม่เป็นทางการเข้าไป ตัวอย่างเช่น “As you can see in figure 1…” ใช้คำฟุ่มเฟือยและไม่เป็นทางการอย่างมาก; ให้ใช้ว่า “Figure 1 illustrates...”

  1. ทำความเข้าใจรูปแบบสไตล์การเขียนที่ IELTS ต้องการ

มีรูปแบบและแนวทางเฉพาะเจาะจงและเค้าโครงสำหรับคำตอบ Task 1 ของคุณอยู่ โดยทั่วไปแล้วทั้งหมดที่คุณต้องเขียนมีสี่ย่อหน้า ซึ่งสามารถแตกออกเป็นเค้าโครงที่น่าสนใจ ดังนี้

  • Paragraph 1 – นี่คือบทนำซึ่งคุณควรอธิบายให้ชัดเจนว่ากราฟแสดงอะไรและคุณจะตอบอะไร
  • Paragraph 2 – นี่อาจเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด แต่ก็อาจสั้นที่สุดด้วย ในย่อหน้าที่ 2 นี้ คุณสามารถอธิบายรายละเอียดของแผนภูมิ (ค่าสูงสุดและต่ำสุด, ข้อมูลหลัก, วันแรกและวันสุดท้าย ฯลฯ ) ข้อมูลที่คุณเขียนลงไปจะเป็นไปตามลักษณะของรูปภาพและคำถาม
  • Paragraph 3 และ 4 – นี่คือเนื้อหาหลักของคำตอบ ซึ่งคุณจะต้องอธิบายอย่างชัดเจนว่าข้อมูลที่คุณได้เขียนลงไปในย่อหน้าที่ 2 หมายถึงอะไรและตอบคำถามที่ข้อสอบได้ถามอย่างเจาะจง
  • Overview – สามารถเขียนที่ส่วนท้ายหรือย่อหน้าแรกก็ได้ แต่จะต้องถูกรวมไว้ในคำตอบ ซึ่งเป็นการสรุปย่อถึงประเด็นหลักๆ ทั้งหมดของคุณ
  1. ศึกษาตัวอย่างไม่พอ ต้องฝึกเขียนเองด้วย

บนโลกออนไลน์ไม่เคยขาดแคลนตัวอย่างคำตอบอย่างแน่นอน แต่การดูตัวอย่างคำตอบนั้นเป็นแค่แนวทางในการเขียนเบื้องต้นเท่านั้น Task 1 มีกราฟที่คุณจะต้องอ่านและทำความเข้าใจหลายประเภท ครูจึงได้เตรียมหัวข้อในการเขียนมากมายหลาย topic เพื่อที่จะให้คุณสร้างความคุ้นเคยในการเขียนคำบทความประเภทนี้ คุณสามารถฝึกเขียนและรับ FEEDBACK ได้อย่างไม่จำกัด ดูรายละเอียดที่นี่

 

TASK 2

  1. ทำความเข้าใจคำถาม

ข้อ 2 จะมีข้อความสั้นๆ ให้คุณได้อ่าน ข้อความนี้จะสรุปข้อโต้แย้ง, ปัญหา หรือมุมมองอย่างเจาะจงและคุณจะถูกถามและให้ตอบคำถามเฉพาะที่เกี่ยวกับข้อความนั้นๆ ข้อนี้จะให้เขียนไม่ต่ำกว่า 250 คำ เช่นเดียวกับข้อที่ 1 คะแนนจะถูกหักหากเขียนไม่ครบตามกำหนด แต่การเขียนเกินก็ไม่ช่วยอะไรเช่นกัน ดังนั้นพยายามให้คำตอบของคุณอยู่ที่ 260-280 คำ อ่านข้อความที่ให้มาและแยกแยะเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคำถาม

  1. ทำความเข้าใจการให้คะแนน

การให้คะแนนในข้อที่สองมีเกณฑ์เช่นเดียวกับในข้อที่ 1 อย่างไรก็ตามข้อนี้จะมีค่าน้ำหนักเป็นสองเท่าของข้อแรก ดังนั้น จึงคุ้มกับการทุ่มเทเวลาส่วนมากของคุณในการทำข้อนี้ให้เสร็จ

  1. วางแผนคำตอบของคุณ

เมื่อคุณมีเวลามากกว่าในข้อนี้ การใช้เวลาเล็กน้อยในการวางแผนคำตอบทั้งหมดของคุณจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด อย่าเพิ่งเริ่มลงเขียนและหวังจะได้สิ่งที่สุด ในกระดาษสำรองให้เขียนเค้าโครงว่าจะเขียนอะไรและที่ไหน โปรดทราบว่าคำตอบทั้งหมดจะ ต้อง ถูกเขียนด้วยภาษาทางการ และในรูปแบบเต็ม คำตอบใดๆ ที่ถูกเขียนในรูปแบบบันทึกหรือการร่างจะถือว่าไม่ผ่าน  หลักการ Paraphrase ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ข้อสอบนี้ต้องการ และจะสามารถช่วยให้คุณอัพคะแนนได้อย่างเร็ว คลิกที่นี่เพื่อดูแนวทาง

  1. ทำความเข้าใจรูปแบบ

ในข้อที่สองควรเขียนตามโครงสร้าง 4-5 ย่อหน้าเช่นเดียวกับข้อที่ 1 ข้อแตกต่างหลักคือในข้อนี้จะต้องเขียนมากขึ้นถึง 100 คำ พยายามกระจายออกให้ได้มากที่สุด แต่อย่าลืมว่าความกระชับรัดกุมมีค่าน้ำหนักอยู่ 25% ของคะแนนในข้อนี้ อย่าใช้เวลาหรือคำพูดแสดงความคิดเห็นส่วนตัวอย่างรุนแรงในประเด็นดังกล่าว นี่คือการเขียนบทความที่เป็นทางการและจะถูกให้คะแนนตามการเขียน

เทคนิค IELTS WRITING ช่วยคุณได้แค่ 20% เท่านั้น..

การดู pattern และตัวอย่างงานเขียนของคนอื่นอย่างเดียว จะไม่สามารถช่วยให้คุณทำคะแนนระดับที่คุณต้องการได้เลย เพราะมันไม่ใช่ผลงาน และทักษะภาษาอังกฤษของตัวคุณเอง ดังนั้นเทคนิคด้านบนจะช่วยให้คุณเขียนตามที่ข้อสอบต้องการ แต่เนื้อหาการเขียนนั้นจะต้องมาจากประสบการณ์และการฝึกของตัวคุณเองโดยตรง

อยากเขียนเก่ง..ก็จะต้องฝึกเขียนบ่อยๆ

นี่คือหลักความจริงของการฝึกทักษะต่างๆ อยากเก่งก็ต้องฝึกบ่อยๆ ทาง IELTS@HOME จึงได้เตรียมโจทย์หัวข้อการเขียนถึง 50+ ห้วข้อ เพื่อที่จะให้สร้างทักษะและความมั่นใจได้อย่างเต็มที่! คุณสามารถที่จะส่งงานเขียนนี้ได้อย่างไม่จำกัด และจะสามารถรับ FEDBACK กลับอย่างละเอียดภายใน 24-48 ชม.  คลิกดูรายละเอียด IELTS@HOME ได้ที่นี่

คุณชาลีได้ฝึกแบบนี้ จึงสามารถอัพคะแนนได้อย่างรวดเร็ว


LIKE US ON FACEBOOK!

Leave a Reply

Your email address will not be published.

16 − 14 =