ข้อสอบโทอิค…

วัดความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารได้ 100%? ไม่ใช่เลยซักนิด!!

คนที่ได้คะแนนสูง แต่พูดภาษาอังกฤษไม่เก่งก็มี…คนที่พูดภาษาอังกฤษเก่งแต่ได้คะแนนโทอิคต่ำครูเมก็เคยเห็น  สาเหตุที่สร้างโทอิคขึ้นมานั้นก็เพราะว่าเราต้องการตัวมาตราฐานชี้วัดความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษในระดับนึงที่ทุกคนใช้สอบ แล้วสามารถเอาคะแนนมาเทียบกันได้

ในคอร์สโทอิคของครูเม  ครูเมเห็นว่าปัญหามันไม่ใช่ว่าข้อสอบนั้นยาก  ในความคิดเห็นของครูเมนะ ข้อสอบโทอิคนี้ง่ายกว่าข้อสอบภาษาอังกฤษแบบอื่นๆ เช่น IELTS, TOEFL, SAT, CU-AAT, TU-GET

ปัญหาที่แท้จริงคือด้านจิตซะมากกว่า

นักเรียนที่เรียนนั้น..กลัว..  ใครก็ไม่รู้ไปบอกว่าข้อสอบนั้นยาก  ทำให้ไม่อยากสอบ พอผิดข้อนึงก็หน้าซีด  ผิดข้อที่สองก็เริ่มอ่อนล้า..ยอมแพ้  ผิดข้อที่สามก็มัวแต่ท่องในใจว่า “ทำไม่ได้ๆ” หรือ “ยากๆ”

หลักวิทยาศาสตร์ได้บอกไว้ว่า  เมื่อใดที่เราบอกสมองเราว่า..เราทำไม่ได้..สมองเราจะตอบสนองความต้องการของเรา..และทำให้เรานั้น..ทำข้อสอบไม่ได้..จริงๆ

คำพูดของเรานั้นมีพลังมากมาย  มันสามารถชี้อนาคตได้  ถ้าเราเชื่อมั่นในสิ่งที่ฝึก ที่ติวมา..สมองก็จะโปร่งและคิดคำตอบได้  แต่เมื่อใด เราเริ่มสาปตัวเองโดยการบอกว่าตัวเองทำไม่ได้ สองก็จะเริ่มตันทันที

จากที่สอนมา..เมจับสาเหตุว่าทำไมนักเรียนถึงทำคะแนนโทอิคได้น้อย

  • ตอนฟัง..แค่ฟังคำนึงไม่ออก..ก็นั่งนึกอยู่อย่างนั้น จนไม่ได้ฟังที่เหลือ..เลยตอบไม่ได้
  • ตอนอ่าน–เหมือนกัน  ติดคำนึง..นั่งคิดอยู่อย่างนั้น จนหมดเวลา ทำบทความอื่นไม่ทัน
  • ฟังข้อนึงไม่รู้เรื่อง…ไม่มีกะจิตกะใจทำข้อต่อไปเพราะมัวแต่กังวลถึงข้อนั้นอยู่
  • ฟังเสร็จอีกข้อนึง..แล้วยังมีการกลับมาแก้คำตอบ

อย่าคิดว่าต้องเก่งภาษาอังกฤษมากมาย..ถึงจะทำคะแนน 700+ ได้!

การที่เราจะได้คะแนน 550-600 นั้น–ก็ต้องทำผิดบ้าง  อย่ามัวกังวลกับข้อที่ผิด  เราจะต้องตัดสินใจเลือกคำตอบ..แล้วเดินหน้าต่อไป  ข้อสอบโทอิคจับเวลา เราไม่มีเวลาทั้งวันมานั่งคิดถึงแต่โจทย์เดิมๆ  อีกอย่าง..ขอบอกเลยว่า..ไม่มีใครที่จะสามารถรู้คำศัพท์ทุกตัวในบทความ เพราะฉะนั้น..ถ้าเราไม่รู้ความหมาย..อย่าเครียด..จงดูคำต่างๆในประโยคนั้น..มันจะช่วยเราเอง  และบางครั้ง..มันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่โจทย์ถามด้วยซ้ำไป..

จงทำใจให้สบายๆ และสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง กล้าที่จะตัดสินใจและเลือกคำตอบโดยไม่ลังเล