นี่เป็นเป้าหมายคะแนนที่นักเรียนส่วนใหญ่ต้องการ ถึงแม้ว่าพารท์เขียนของข้อสอบไอเอลจะเป็นการสอบที่ยากที่สุดของข้อสอบนี้ หากนักเรียนยังไม่มีพื้นฐานการเขียนที่แน่นพอ ครูแนะนำให้นักเรียนไปปรับพื้นฐานก่อนเริ่มฝึกเขียนทำข้อสอบ IELTS ถ้านักเรียนมีพื้นฐานการเขียนในระดับหนึ่ง  รวมทั้งคนสอนแนวทางการเขียนแต่ละแบบที่จะออกสอบ การที่นักเรียนจะได้คะแนนที่ต้องการในครั้งหน้าก็จะไม่ยากเกินไป ในบทความนี้ครูจะสอนแนวทางการทำใน 5 ขั้นตอนเพื่อที่จะสามารถคว้า IELTS WRITING BAND 7.0 มาครอบครอง

เราต้องรู้ว่าข้อสอบต้องการอะไร

คะแนน BAND ที่เขาให้เรามานั้น เป็นตัวชี้วัดตัวเดิมที่ใช้กับนักเรียนคนอื่นๆเช่นเดียวกัน ถ้าเรารู้ว่าเป้าหมาย และรูปแบบการเขียนที่ทางข้อสอบชอบออกนั้นคืออะไร เราก็จะสามารถเขียนได้ตรงจุดประสงค์และสามารถเป็นสอบได้คะแนนที่เราตั้งเป้าหมายได้ง่ายกว่าเดิม มันก็เหมือนการเล่นเกมส์ ถ้าอยากชนะก็ต้องรู้และเคารพกติกาในการเล่น

  1. ตอบให้ตรงคำถาม : เรื่องนี้เหมือนเป็นเรื่องง่ายๆที่นักเรียนทุกคนควรรู้ แต่แปลกใจเหมือนกันว่าทุกวันนี้ยังมีนักเรียนที่เสียคะแนนมากมายเพียงเพราะไม่เข้าใจคำถามอย่างแท้จริง บางคนเขียนยาว, ครบตามจำนวนคำ แต่ก็ได้ไม่ถึง 5.0 เพียงเพราะตอบคำถามคนละเรื่องกับที่โจทย์ถามมา ดังนั้นเวลานักเรียนเจอหัวข้อคำถาม อ่านมัน 3 รอบเลย ให้เข้าใจจริงๆซะก่อนว่าสถานการณ์หรือคำถามที่ข้อสอบให้มานั้น เขาต้องการให้เราเขียนถึงเรื่องอะไร, พูดเกี่ยวกับเรื่องอะไร และต้องการความคิดเห็นของเราหรือไม่ 
  2. แบ่งบทความได้ถูกต้อง : การแบ่งบทความนี้สำคัญ เพราะเป็นรูปแบบการเขียน essay สากลที่นักเรียนจะต้องทำตอนเรียนต่อ การแบ่งบทความนี้เป็นการแสดงถึงว่านักเรียนได้มีการวางแผนไอเดียในการเขียน ก่อนที่จะลงมือทำ ครูได้ติวเกี่ยวกับขั้นตอนการวางแผนก่อนเริ่มเขียนไว้ในนี้ นักเรียนสามารถนำไปศึกษาต่อเพื่อเป็นแนวทางการวางแผนในการฝึกเขียนได้เช่นกัน
  3. ใช้คำศัพท์ได้หลากหลาย : นักเรียนจะต้องมีความรู้คำศัพท์ค่อนข้างหลากหลาย เพราะนักเรียนจะต้องเลือกหยิบคำศัพท์มาใช้หลายตัวมาเขียนในหัวข้อนั้นๆ ในการทำข้อสอบเขียน IELTS เราไม่ควรใช้คำศัพท์ซ้ำกันมากกว่า 1 ครั้ง อันนี้สื่อถึงการที่นักเรียนมีคำศัพท์ไม่เพียงพอที่จะสามารถดึงมาใช้ให้เหมาะสมได้ ดังนั้นในช่วงที่กำลังติวไอเอล นักเรียนควรที่จะแบ่งเวลาในการทบทวนคำศัพท์ใหม่ๆวันละ 10 คำและดูตัวอย่างการใช้ในประโยคในบริบทความหมายที่แตกต่างกันออกไป 
  4. Task 1 มองภาพรวม และชี้ส่วนสำคัญ : Task 1 จะเป็นรูปแบบ graph, ตาราง รูปแบบนี้ไม่ได้ต้องการความคิดเห็นของนักเรียน นักเรียนไม่ต้องเขียนบอกว่ามันดีหรือไม่ดีอย่างไร Task 1 ต้องการให้นักเรียนมองภาพโดยรวมว่าตารางที่โจทย์ให้มานั้นคือข้อมูลเกี่ยวกับอะไร ส่วนที่สองคือให้หาส่วนสำคัญจากข้อมูลที่เขาให้นำมาเขียนว่ามีจุดแตกต่างหรือข้อบ่งชี้อะไรให้ชัดเจน ทั้งนี้การเขียน Task 1 นักเรียนต้องอ้างอิงจากข้อมูลที่เขาให้มาเขียนเท่านั้น อย่าได้นำความคิดเห็นส่วนตวเข้ามาปะปนในการเขียนเด็ดขาด อาจมีผลต่อคะแนนในการทำข้อสอบเขียน Task 1 เนื่องจากเราไม่ได้เขียนตามโจทย์ที่เขากำหนดมา อย่างที่รู้กันว่าจำนวนคำในการเขียนมีจำกัด เราควรตอบให้ตรงประเด็นจะดีที่สุด
  5. เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย–เอาให้เคลียร์ : นี่คือสิ่งที่ Task 2 ต้องการ เขาต้องการให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นของตนเองลงไป นักเรียนหลายคนกังวลว่าความคิดเห็นของตนเองจะไม่ตรงกับคนตรวจข้อสอบเขียน ESSAY ของเราหรือเปล่า คะแนนเราต้องลดลงแน่ๆเลย ทั้งหมดไม่ควรมาทำให้เรากังวล คนตรวจข้อสอบเขียนของเรา เขาแค่มีหน้าที่ตรวจความถูกต้องในการเขียนของนักเรียน ด้านไวยกรณ์ การตอบตรงกับที่โจทย์ต้องการหรือไม่ รวมถึงการใช้คำศัพท์ให้เหมาะสมและหลากหลาย นักเรียนควรมากังวลในส่วนนี้แทน การแสดงความคิดเห็นนั้น นักเรียนสามารถชี้ให้เห็นว่าเราคิดเห็นว่าอย่างไรในแต่ละประเด็นของโจทย์ จากนั้นเขียนสรุปรวบรวมใจความสำคัญมาประกอบกัน  

นักเรียนเข้ามาดู เทคนิคการทำ IELTS WRITING ทุกขั้นตอนเพิ่มเติม คลิกที่นี่  นักเรียนได้เห็นแต่ละขั้นตอนในการข้อสอบเขียน ไอเอล  เพื่อเป็นหลักในการฝึกทำข้อสอบ รู้ว่าเราต้องเริ่มเขียนตรงไหนก่อน แล้วเราต้องเขียนอะไรต่อ ไปจนจบการเขียนที่สมบูรณ์ หลังจากทำข้อสอบเสร็จเรียบร้อย นักเรียนควรตรวจสอบอีกรอบเพื่อหาจุดผิดพลาดที่เรามองหาไม่เจอในตอนแรก เพื่อป้องกันไม่ให้เราเสียคะแนนในจุดผิดพลาดเหล่านี้ทีหลัง

 

การคว้า IELTS WRITING BAND 7.0 นั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด!

ทักษะการเขียนก็เป็นทักษะที่ต้องฝึกบ่อยๆ ยิ่งฝึกบ่อยๆก็จะเรียนรู้การแบ่งย่อหน้า, หลักการเขียนอธิบายเหตุผล และเพิ่มความมั่นใจก่อนเข้าไปทำข้อสอบจริง ดังนั้นนักเรียนควรมีคนที่คอยตรวจงานเขียนของนักเรียนว่าควรพัฒนาในส่วนใดหรือ เพิ่มในส่วนใดบ้าง เพราะ feedback นี้จะช่วยให้นักเรียนพัฒนาทักษะได้เร็วยิ่งขึ้น ยิ่งนักเรียนฝึกทำมากเท่าไร นักเรียนก็จะรู้ว่าตัวเองควรจะระวังส่วนไหนในการเขียน เพราะเราเห็นจุดอ่อนของเราแล้ว เมื่อรู้ว่าทำผิดตรงไหน นักเรียนก็จะกลับมาแก้ไขเพื่อให้ถูกต้อง การทำแบบนี้ทำให้นักเรียนเรียนรู้อยู่สม่ำเสมอ ซึ่งครูได้บอกตลอดว่า ทักษะสำคัญกว่าเทคนิค เราใช้ทักษะ 80 ที่เหลือคือ เทคนิค 20 

ในคอร์ส IELTS@HOME ครูจึงให้นักเรียนของครูสามารถฝึก Writing ได้ไม่จำกัดครั้ง/ไม่จำกัดหัวข้อ และในแต่ละครั้ง ครูจะตรวจให้อย่างละเอียด รวมทั้งส่ง FEEDBACK กลับไปให้แก้มาใหม่ ก่อนที่จะเข้าหัวข้อต่อไป —การฝึกแบบนี้จะสอนให้นักเรียนเรียนรู้วิธีการเขียนที่ถูกต้อง! IELTS@HOME ติวทั้งเทคนิคและสอนทักษะ จึงกล้าการันตีผลคะแนน 7.0 ถ้าไปสอบแล้วทำไม่ได้ ให้มารับค่าเรียนคืนเต็มจำนวน สนใจให้ดูรายละเอียดที่นี่


คุณจะสามารถเข้าสอบ IELTS SPEAKING อย่างมั่นใจด้วยเทคนิคการฝึกในคลาสนี้ (เรียนฟรี) !!

สิ่งที่คุณจะเรียนรู้ใน คลาสเรียนฟรี IELTS SPEAKING ในครั้งนี้ :

  • รูปแบบข้อสอบ Speaking ของข้อสอบ IELTS และจะเข้าใจว่าจริงๆแล้ว IELTS ต้องการทดสอบอะไร
  • เจาะลึกแนวการตอบอย่างเป็นขั้นตอนของ Part 2 : ทำให้คุณสามารถตอบได้ยาวครบ 2 นาที
  • วิธีเพิ่มความมั่นใจในการพูด ลดความตื่นเต้น, ลดความอาย และอาการที่คิดไม่ออก ตอบไม่ถูก

**แจกฟรีท้ายคลาส : ไฟล์บทสรุป IELTS ทั้ง 4 ทักษะ**คลิกที่ภาพเพื่อทำการลงทะเบียนเข้าเรียน**